มิถุนายน 2556
อาพฤ
      1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
ผู้เข้าชมทั้งหมด :
Warning: Missing argument 1 for detect_mobile(), called in C:\AppServ\www\wofa\inc\function.php on line 37 and defined in C:\AppServ\www\wofa\inc\function.php on line 11
1,134

ผู้เข้าชมวันนี้ :
Warning: Missing argument 1 for detect_mobile(), called in C:\AppServ\www\wofa\inc\function.php on line 37 and defined in C:\AppServ\www\wofa\inc\function.php on line 11
242
Google

WWW
OFFICE SITE

ใช้พลังงานอย่างรู้ค่า ประหยัด รักษา ทรัพยากร   ชาว สค. ร่วมมือ ร่วมใจ ลดใช้พลังงาน   ทั้งหญิงและชายคือพลังสร้างสรรค์สังคม   ครอบครัวอบอุ่น คือต้นทุนของชีวิต   ค่านิยมองค์กร : มืออาชีพ จริยธรรม ภาวะผู้นำ ทำงานเป็นทีม  
รายละเอียด ข่าวจากสื่อ
เลขาฯ รมว.พม. “สรุปผลการรับฟังความคิดเห็น กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี และร่าง พ.ร.บ.ความเท่าเทียมกันระหว่างเพศ พ.ศ. .... ”
เลขาฯ รมว.พม. “สรุปผลการรับฟังความคิดเห็น กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี และร่าง พ.ร.บ.ความเท่าเทียมกันระหว่างเพศ พ.ศ. .... ” วันที่ข่าว : 2 พ.ค. 2555
กลุ่มข่าว : เว็บไซต์ > เว็บไซต์ พม.
หน้า :
URL :
วันที่นำเข้าข้อมูล : 2 พ.ค. 2555
ชื่อผู้นำเข้า : กลุ่มวิจัยและสารสนเทศ
ดาวน์โหลดไฟล์เอกสาร : ไม่มีไฟล์เอกสาร
   

  เมื่อวันที่ ๑๘ เม.ย. ๕๕ เวลา ๑๐.๐๐ น. นางสาวอนุตตมา อมรวิวัฒน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธาน การแถลงข่าวผลการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็น “กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี” และ ร่างพระราชบัญญัติความเท่าเทียมกันระหว่างเพศ พ.ศ. ..... ณ  ห้องประชุมราชา ชั้น ๑๑ โรงแรมปริ๊นซ์ พาเลซ มหานาค กรุงเทพฯ 
        นางสาวอนุตตมา อมรวิวัฒน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ กล่าวว่า คณะกรรมการขับเคลื่อนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ได้จัดประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีใน ๔ ภูมิภาค และกรุงเทพมหานคร โดยจัดประชุมฯ ๕ ครั้ง ได้แก่ ครั้งที่ ๑ ภาคกลาง , ครั้งที่ ๒ ภาคเหนือ , ครั้งที่ ๓ กรุงเทพมหานคร , ครั้งที่ ๔ ภาคใต้ และครั้งที่ ๕ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีผู้เข้ารับฟังความคิดเห็นทั้งหมด ๒,๓๓๗ คน ซึ่งมีข้อเสนอ   จากเวทีการประชุมรับฟังความคิดเห็น คือประเด็นที่ ๑ ภาพรวมของปัญหาที่สำคัญของจังหวัด สตรีสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา โดยแยกออกมาเป็น ๕ ด้าน ได้แก่ ๑) ด้านเศรษฐกิจ ปัญหาค่าครองชีพ,ปัญหาในการประกอบอาชีพ ,ปัญหาด้านแรงงาน ๒) ด้านสังคม ปัญหายาเสพติดและการพนัน ,ปัญหาเด็กและเยาวชน, ปัญหาครอบครัว ,ปัญหาความไม่เท่าเทียมกันในสังคม ๓)ด้ านการศึกษา ปัญหาการไม่มีแหล่งทุนสนับสนุนในด้านการศึกษา ,ปัญหาบุคคลที่ไม่ได้ศึกษา ,ปัญหาการมีผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาต่ำลง ๔) ด้านสุขภาพ ปัญหาเกี่ยวกับโรคมะเร็งและโรคเอดส์ , ปัญหาการบริการสาธารณสุขไม่ทั่วถึง และ ๕) ด้านสิ่งแวดล้อม ปัญหาสาธารณภัย ,ปัญหาบุกรุกทำลายป่า ,ปัญหาสังคมเมือง ประเด็นที่ ๒ กองทุนพัฒนาบทบาทสตรีเป็นโอกาสสำคัญในการช่วยแก้ไขปัญหาของสตรีในเรื่องอะไรบ้าง ได้แก่ ๑) ปัญหาด้านเศรษฐกิจและความยากจน ๒) การพัฒนาศักยภาพสตรี ๓) การช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยา ประเด็นที่ ๓แนวทางการเข้าไปมีบทบาทหรือการมีส่วนร่วมในการพัฒนากองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ได้แก่  ๑) การสร้างความเข้าใจและประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารให้สตรีได้รับรู้เข้าถึงสิทธิ  ๒) การนำพลังสตรีในชุมชนมาใช้ในการพัฒนาสังคม  ๓) การมีกระบวนการตรวจสอบแบบมีส่วนร่วมเพื่อให้เกิดความโปร่งใสในการดำเนินงานกองทุนฯ  ๔) การสร้างกระบวนการแบบมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ประเด็นที่ ๔ ข้อเสนอที่อยากเห็นต่อความยั่งยืนของกองทุนบทบาทสตรี  มีข้อเสนอให้รัฐบาล ดังนี้ ๑) จัดตั้งกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี เป็นธนาคารสตรี  ๒)  ออก พ.ร.บ.กองทุนพัฒนาบทบาทสตรีให้เป็นนิติบุคคล  ๓) ประกาศเป็นวาระแห่งชาติและนโยบายต่อเนื่อง ๔) บริหารจัดการที่โปร่งใสสามารถตรวจสอบได้ ๕) กรรมการต้องเป็นผู้มีคุณธรรม ยุติธรรม ๖)กระจายโครงการอย่างทั่วถึงและเป็นธรรมโดยมีผู้หญิงบริหารจัดการ ๗) มีศูนย์ประสานงานให้ความช่วยเหลือและให้คำปรึกษา ๘)ระดับจังหวัดควรจะบรรจุเข้าไปในยุทธศาสตร์และแผนงานของจังหวัด  และ ๙) มีการประชาสัมพันธ์เรื่องกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีให้กว้างมากยิ่งขึ้น ซึ่งการสรุปผลและข้อเสนอแนะทั้งหมดนี้ จะนำเสนอต่อ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี เพื่อนำไปกำหนดนโยบายในการช่วยเหลือสตรี โดยใช้กองทุนพัฒนาบทบาทสตรีเป็นกลไกในการดำเนินงานด้านสตรี และนำข้อเสนอดังกล่าวมากำหนดเป็นระเบียบหลักเกณฑ์วิธีการในการรับการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีต่อไป 
        นางสาวอนุตตมา กล่าวต่อว่า กระทรวงฯ ได้มีการยกร่าง “พระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. .....”เพื่อการคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิสตรี และส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างหญิงชาย เพื่อต้องการขจัดการเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมต่อบุคคล ซึ่งถือเป็นพัฒนาการที่ดีในการส่งเสริมสิทธิมนุษยชน ดังนั้น การเลือกปฏิบัติไม่ว่าจากสาเหตุใดๆ ที่เป็นอุปสรรคหนึ่งที่ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตและคุณภาพชีวิต ทุกคนไม่ว่าจะเป็นเพศใดก็มีศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์เท่าเทียมกันและควรได้รับการปฏิบัติอย่างเสมอภาคกัน ทั้งนี้  พ.ร.บ. ความเท่าเทียมฯ ได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการ  ๒ คณะ ได้แก่ ๑.คณะกรรมการส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศ หรือเรียกว่า คณะกรรมการ สทพ. และ ๒.คณะกรรมการวินิจฉัยการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ หรือเรียกว่า คณะกรรมการ วลพ. ซึ่งคณะกรรมการทั้ง ๒ ชุดนี้ จะเป็นการสร้างหลักประกันในการขจัดเลือกปฏิบัติทางเพศให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ภาพประกอบ
ไม่มีภาพประกอบ
Valid CSS! Valid XHTML 1.0 Transitional Level A conformance icon, W3C-WAI Web Content Accessibility Guidelines 1.0